สมุนไพรลดน้ำหนัก | มีเชฟ,meeshape,วิธีลดน้ำหนัก,วิธีลดความอ้วน,สูตรลดน้ำหนัก, ลดต้นแขน, ลดพุง, ลดหน้าท้อง, ดีท๊อกซ์, ท้องผูก, มะเร็งลำไส้, ลดต้นขา, กระชับสัดส่วน, วิธีลดน้ำหนัก, ลดน้ำหนัก ไม่โยโย่,ลดน
  มีเชฟ,meeshape,สูตรลดน้ำหนัก, ลดต้นแขน, ลดพุง, ลดหน้าท้อง, ดีท๊อกซ์, ท้องผูก, มะเร็งลำไส้, ลดต้นขา, กระชับสัดส่วน, วิธีลดน้ำหนัก, ลดน้ำหนัก ไม่โยโย่,ลดน้ำหนัก อย่างปลอดภัย

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player" width="112" height="33

หน้าหลัก หน้าหลัก | บอร์ดลดน้ำหนัก | วิธีการชำระเงิน | วิธีการจัดส่งสินค้า | ติดต่อร้านค้ามีชิล | ทำไมต้องมีชิลวิ่ง | คำถามเกี่ยวกับมีชิล | ท้องผูกทำไงดี
ยินดีต้อนรับ : Guest แจ้งชำระเงิน 
ค้นหาข้อมูลสินค้า :
สถิติการเข้าชม
วันที่เปิดร้าน :
2010-09-29 00:18:38
วันที่อัปเดทล่าสุด :
2012-09-30 23:14:42
สถิติการเข้าชม
เข้าชมทั้งหมด :
134,666
เข้าชมวันนี้ :
39
ออนไลน์ :
1
ทะเบียนพาณิชย์
ทะเบียนพาณิชย์ ร้านค้าเชื่อถือได้ 100%
มุมสมาชิก
ชื่อผู้ใช้งาน :
รหัสผ่าน :
 
สมัครสมาชิกร้านค้า | ลืมรหัสผ่าน?
เนื้อหาหลัก
 กรุ๊ปเลือดกับอาหารที่ไม่ควรทาน
 กินอย่างไรไม่ให้อ้วน
 ของที่ไม่ควรทานขณะท้องว่าง
 ไขมันในเลือด
 ไขมันในอาหาร
 ความจริงของฉลาก
 คำถามเกี่ยวกับมีเชฟ(mee shape)ลดน้ำหนัก,ลดความอ้วน
 เครียดแล้วกินเยอะ มีวิธีลดน้ำหนักวิธีลดความอ้วนบ้างมั้ย
 เซลลูไลท์ (ลดได้ด้วยมีเชฟ)
 ดีท็อกซ์..ง่าย ๆ วิธีลดน้ำหนักวิธีลดความอ้วนได้ด้วยตัวเอง
 ดีท็อกซ์คืออะไร เป็นวิธีลดน้ำหนักวิธีลดความอ้วนจริงหรือ
 ท่านที่ไม่ควรทาน มีเชฟ(mee shape)วิธีลดน้ำหนัก,วิธีลดความอ้วน
 ทำไมต้องลดน้ำหนักกับมีเชฟ
 ผลดีของการลดน้ำหนัก
 ยาลดความอ้วน
 รีบหา วิธีลดน้ำหนัก , วิธีลดความอ้วนเพื่อหลีกหนีโรคเหล่านี้เถอะ
 รู้ทันเบาหวานลดน้ำหนักเพื่อตัวคุณเอง
 โรคเบาหวาน....น่ากลัวกว่าที่คิดถ้าไม่หาวิธีลดนำหนัก,วิธีลดความอ้วน
 ลดน้ำหนักลดความอ้วนยากขึ้นเมื่อคุณ งดอาหารมื้อเช้าจริงเหรอ
 วิธีในการรักษาโรคอ้วน
 วิธีลดน้ำหนัก , วิธีลดความอ้วน ด้วยพริกขี้หนู?
 วิธีลดน้ำหนัก , วิธีลดความอ้วน โดยเปลี่ยนทุกที่ให้เหมาะสำหรับลดน้ำหนัก
 วิธีลดน้ำหนัก , วิธีลดความอ้วน แนวใหม่ต้องรู้จักโพรไบโอติก
 วิธีลดน้ำหนัก , วิธีลดความอ้วน ในที่ทำงาน
 วิธีลดน้ำหนัก , วิธีลดความอ้วน ให้ได้ผลยั่งยืน
 วิธีลดน้ำหนัก วิธีลดความอ้วนง่าย ๆ แค่ทานอาหารให้นานขึ้น
 วิธีลดน้ำหนักวิธีลดความอ้วนโดยมี มะนาว เป็นตัวช่วย
 สาระน่ารู้สำหรับวิธีลดน้ำหนัก , วิธีลดความอ้วน
 สาระน่ารู้สำหรับวิธีลดน้ำหนัก , วิธีลดความอ้วน
 สาเหตุของการลงพุง,มีหน้าท้อง
 สาเหตุของโรคอ้วน
 อันตรายจากโรคอ้วน

หมวดหมู่สินค้า
 ทั้งหมด
 มีเชฟ (Mee Shape) อาหารเสริมลดน้ำหนัก,ลดความอ้วน
 ผิวพรรณ , สุขภาพ , หน้าใส , ไร้ฝ้ากระ
 Set ลดน้ำหนัก,ลดความอ้วน ด้วย มีเชฟ,เสลนโอ๊ต,กาแฟลดน้ำหนัก
Tag
เว็บสำเร็จรูปฟรี, เกม, หอพัก, ตลาดอสังหา,
โปรแกรมข้อสอบออนไลน์
ฟรีเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์

ร้านค้ามีเชฟ (Mee Shape) วิธีลดน้ำหนัก , ลดความอ้วน

การเลือกวิธีลดน้ำหนัก,วิธีลดความอ้วน

 

เมื่อท่านผู้อ่านมีน้ำหนักเกินโดยมีค่า BMI มากกว่า 25 กก/ตารางเมตร หรือมีเส้นรอบเอวมากว่า 40

นิ้ว,35 นิ้วสำหรับชายหญิงตามลำดับ และมีโรคหรือปัจจัยเสี่ยงอย่างอื่นร่วม จำเป็นต้องรักษา ตารางข้างล่างแสดงค่า BMIและวิธีการรักษา การเลือกวิธีการรักษาขึ้นกับระดับความอ้วน และโรคแทรกซ้อน

แนวทางการรักษาโรคอ้วนโดยอาศัย BMI และปัจจัยเสี่ยง

  อาหาร ออกกำลังกาย ยา อาหารที่มีพลังงานต่ำ การผ่าตัด
ดัชนีมวลกาย 23-25          
    ไม่มีปัจจัยเสี่ยง + + -    
    รอบเอวเพิ่ม + + -    
    DM/HT/CHD/HL + + +    
ดัชนีมวลกาย 25-30          
    ไม่มีปัจจัยเสี่ยง + + +อาจจะพิจารณาให้    
    รอบเอวเพิ่ม + + +อาจจะพิจารณาให้    
    DM/HT/CHD/HL + + +    
ดัชนีมวลกาย มากกว่า30          
    ไม่มีปัจจัยเสี่ยง + + +อาจจะพิจารณาให้ + +
    รอบเอวเพิ่ม + + + + +
    DM/HT/CHD/HL + + + + +

+หมายถึงให้ปฏิบัติ         - หมายถึงยังไม่ต้องใช้    DM หมายถึงโรคเบาหวาน     HT หมายถึงความดันโลหิตสูง   CHD หมายถึงโรคหลอดเลือดหัวใจ     HL หมายถึงไขมันในเลือดสูง

  • ผู้ที่มีดัชนีมวลกายน้อยกว่า 25 ยังไม่มีความจำเป็นในการลดน้ำหนัก แต่ถ้าท่านมีประวัติครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจแนะนำให้ท่านคุมน้ำหนักที่ดัชนีมวลกายประมาณ 22 โดยการควบคุมอาหาร ออกกำลังกายและเปลี่ยนพฤติกรรม
  • ผู้ป่วยที่มีน้ำหนักเกินคือ BMI=25-29.9 ถ้าไม่มีปัจจัยเสี่ยงร่วมด้วยหรือเส้นรอบเอวน้อยกว่า 40 นิ้วให้ควบคุมน้ำหนักไม่ให้มากกว่านี้
  • ผู้ป่วยโรคอ้วนที่มี BMI >30 หรือ BMI>25 และพบว่าเส้นรอบเอวเกิน40นิ้วในชาย หรือเกิน35 นิ้วในหญิง และไม่มีปัจจัยเสี่ยง ก็ให้เริ่มรักษาด้วยอาหารและการออกกำลังกาย แต่ถ้ามีปัจจัยเสี่ยงก็ต้องรีบลดน้ำหนัก 

เป้าหมายในการควบคุมน้ำหนัก

การควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติอาจจะเป็นไปไม่ได้สำหรับผู้ป่วยบางท่านที่อ้วนมาก แต่ท่านไม่ต้องย่อท้อเพราะการที่จะมีสุขภาพที่ดีจำเป็นต้องน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติ เพียงแต่ท่านลดน้ำหนักได้ร้อยละ 10 ผลดีต่อสุขภาพก็จะเกิดขึ้นดังนั้นจึงกำหนดเป้าหมายเบื้องต้นสำหรับการควบคุมน้ำหนักที่ดีดังนี้

เกณฑ์การประเมิน ผลสำเร็จ
การลดน้ำหนัก น้ำหนักลดลง 5-6 กก.หรือลดลงร้อยละ 10
ดัชนีมวลกาย น้อยกว่า 23 กก/ตารางเมตร
ความดันโลหิต ลดลง
ระดับน้ำตาลในเลือด ลดลง
ระดับนำตาลเฉลี่ย ลดลง
ปัจจัยเสี่ยงอย่างอื่น ลดลง

ขั้นตอนในการควบคุมน้ำหนักต้องประกอบไปด้วย 3 ขั้นตอนคือ 1)ลดน้ำหนัก 2)การรักษาน้ำหนักให้คงที่ 3)การป้องกันนำหนักเพิ่ม การลดน้ำหนักที่ดีต้องใช้เวลาในการลดจะให้ผลดีกว่าการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการลดอย่างรวดเร็วก็ทำให้น้ำหนักเพิ่มอย่างรวดเร็วเช่นกัน ขั้นตอนในการควบคุมน้ำหนัก

1)ลดน้ำหนัก

  1. ตั้งเป้าหมายน้ำหนักที่จะลดในเบื้องต้น โดยทั่วไปแนะนำให้ลดน้ำหนักลงจากเดิม 10 % เป้าหมายนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะทำได้
  2. ความเร็วของการลด อัตราที่เหมาะสมคือลดน้ำหนักสัปดาห์ละครึ่งกิโลกรัมโดยการลดพลังงาน 300-500 กิโลแคลอรี สำหรับผู้ที่มีดัชนีมวลกาย 27-35 กก.ตร.ม.สำหรับผู้ที่มีดัชนีมวลกายมากกว่า 35 ให้ลดพลังงาน 500-1000 กิโลแคลอรี/วันจึงจะสามารถทำให้น้ำหนักลดลง 10%ใน 6 เดือน
  3. ให้ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 5 ครั้ง ครั้งละ 30 นาทีโดยใช้พลังงานในการออกกำลังกายประมาณ 300-500 กิโลแครอรี

2)การรักษาน้ำหนักให้คงที่ 

เมื่อผู้ป่วยที่อ้วนสามารถคุมน้ำหนักได้ดีคือน้ำหนักเพิ่มน้อยกว่า 3 กิโลกรัม เส้นรอบเอวน้อยกว่าเดิม 4 ซม.เป็นเวลา 2 ปีวิธีการคุมน้ำหนักให้คงที่ก็อาศัยการคุมอาหาร ออกกำลังกาย การเปลี่ยนพฤติกรรม ถ้าหากต้องการลดน้ำหนักก็สามารถทำได้

3)การป้องกันนำหนักเพิ่ม

ผู้ที่อ้วนบางคนไม่สามารถลดน้ำหนักได้จุดประสงค์คือคุมน้ำหนักอย่าให้เพิ่ม เมื่อป้องกันน้ำหนักเพิ่มได้แล้วก็สามารถลดน้ำหนักต่อไป

วิธีการรักษามีกี่วิธี

  1. การควบคุมอาหาร
  2. การออกกำลังกาย
  3. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
  4. การรักษาด้วยยา
  5. การรักษาโดยการผ่าตัด

กลวิธีในการลดน้ำหนัก

  • การรักษาที่ได้ผลดีได้แก่การให้อาหารที่มีพลังงานต่ำ,การออกกำลังกาย และการเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคเพื่อคุมน้ำหนัก

  • การรักษาด้วยยาจะใช้กรณีที่คุมอาหารและออกกำลัง 6 เดือนแล้วน้ำหนักไม่ลด

  • ให้ลดน้ำหนัก 10 %จากน้ำหนักเดิม โดยใช้เวลา 6 เดือนเมื่อลดน้ำหนักได้จึงค่อยลดน้ำหนักลงอีก

  • ควรจะลดน้ำหนักสัปดาห์ละไม่เกินครึ่งกิโลกรัม

  • การลดน้ำหนักที่ดีควรจะลดอาหารไขมัน และลดพลังงานจากพลังงาน

  • การออกกำลังจะมีประโยชน์คือ 1)ทำให้น้ำหนักลดลง 2)ลดปริมาณไขมันในอวัยวะภายใน 3)ทำให้ปอดและหัวใจแข็งแรง 4)ป้องกันไม่ให้น้ำหนักเพิ่ม

  • การออกกำลังควรจะเพิ่มจนได้ตามเป้าหมายคือวันละอย่างน้อย 30 นาที โดยออกกำลังปานกลาง สัปดาห์ละ 5 วัน

  • เมื่อลดน้ำหนักได้ให้รางวัลกับชีวิต เช่นเสื้อผ้าราคาแพง

  • มีการศึกษาแสดงว่าน้ำหนักอาจจะไม่สาเหตุสำคัญในการเกิดโรค แต่อาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะและขาดการออกกำลังกายต่างหากที่ทำให้เกิดโรค


 

 

 

กลับสู่หน้าหลัก มีเชฟ(mee shape)วิธีลดน้ำหนัก,วิธีลดความอ้วน

มีเชฟ,mee shape,วิธีลดน้ำหนัก,วิธีลดความอ้วน,ผิวสวย, หน้าใส, ลดต้นแขน, ลดต้นขา, ลดสะโพก